การตลาดดิจิทัลในปี 2017 จะไปในทิศทางไหน? เจาะลึก 8 เทรนด์ที่ธุรกิจต้องจับตามอง

ปี 2017 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจับตามองสำหรับวงการ การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้งานสมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย และการรับชมวิดีโอออนไลน์ ธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ก่อนย่อมมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

แล้วในปี 2017 การตลาดออนไลน์จะเปลี่ยนไปอย่างไร? มีเทรนด์อะไรบ้างที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม? เรามาดู 8 แนวโน้มสำคัญที่จะมีบทบาทต่อการทำตลาดในปีนี้กัน

1. Mobile Marketing จะกลายเป็นหัวใจสำคัญ

ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล อ่านข่าว เล่น Facebook หรือเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้การตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือมีความสำคัญมากขึ้น

ในปี 2017 ธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่รองรับมือถือ หรือ Responsive Web Design รวมถึงความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ เพราะหากเว็บไซต์แสดงผลไม่ดีบนมือถือ ก็อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่งได้

สิ่งที่ธุรกิจควรทำ:

  • ปรับเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนมือถือทุกขนาดหน้าจอ
  • เพิ่มความเร็วในการโหลดเว็บไซต์
  • ออกแบบปุ่มและเมนูให้ใช้งานง่ายบนหน้าจอสัมผัส
  • สร้างโฆษณาที่เหมาะกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน

2. Video Marketing จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

วิดีโอกำลังกลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะบน Facebook และ YouTube เพราะสามารถสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ได้ทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ภายในเวลาอันสั้น

เทรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2017 คือการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live รวมถึงวิดีโอสั้นสำหรับโปรโมตสินค้า รีวิวผลิตภัณฑ์ และนำเสนอเบื้องหลังการทำงานของธุรกิจ

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการผลิตวิดีโอ เพียงมีเนื้อหาที่น่าสนใจและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ก็สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้

3. Content Marketing ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

การสร้างบทความหรือโพสต์จำนวนมากเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในปี 2017 เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับข้อมูลมากขึ้น และต้องการเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

Content Marketing จึงควรมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นบทความให้ความรู้ เทคนิคการใช้งานสินค้า คำแนะนำในการแก้ปัญหา หรือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอาง อาจสร้างบทความเกี่ยวกับวิธีดูแลผิว แทนที่จะโพสต์ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

4. Social Media Marketing ต้องสร้างการมีส่วนร่วม

Facebook, Instagram, Twitter และ LINE ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค แต่การมีผู้ติดตามจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป

ในปี 2017 แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับ Engagement หรือการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน เช่น การแสดงความคิดเห็น การแชร์เนื้อหา และการพูดคุยกับแบรนด์

การทำ Social Media Marketing ที่ดี จึงต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร และเลือกเผยแพร่เนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม มากกว่าการโพสต์ข้อความเดียวกันในทุกช่องทาง

5. Influencer Marketing จะมีบทบาทมากขึ้น

การใช้บุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ หรือ Influencer เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า เป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในปี 2017

ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งให้ความสนใจกับคำแนะนำจากบุคคลที่ติดตาม เช่น บล็อกเกอร์ ผู้รีวิวสินค้า และผู้สร้างวิดีโอบน YouTube เพราะรู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจควรเลือก Influencer ที่มีภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์ และมีกลุ่มผู้ติดตามตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่ใช่พิจารณาเพียงจำนวนผู้ติดตามเท่านั้น

6. Data-Driven Marketing จะช่วยให้โฆษณาแม่นยำขึ้น

การตลาดยุคใหม่ไม่ได้อาศัยเพียงความรู้สึกหรือประสบการณ์ แต่ต้องนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งเรียกว่า Data-Driven Marketing

เครื่องมืออย่าง Google Analytics, Facebook Insights และระบบติดตามผลโฆษณา ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ดีขึ้น เช่น ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์จากช่องทางใด สนใจสินค้าอะไร และแคมเปญใดสร้างยอดขายได้จริง

ในปี 2017 ธุรกิจที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และปรับปรุงแคมเปญอย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสใช้งบประมาณโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

7. Chatbot และระบบตอบข้อความอัตโนมัติจะเริ่มได้รับความนิยม

ลูกค้าออนไลน์ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อธุรกิจ ทำให้ระบบตอบข้อความอัตโนมัติ หรือ Chatbot เริ่มเข้ามามีบทบาทในการให้บริการลูกค้า

โดยเฉพาะการใช้งานผ่าน Facebook Messenger ซึ่งธุรกิจสามารถนำระบบอัตโนมัติมาช่วยตอบคำถามพื้นฐาน แนะนำสินค้า หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการได้

แม้เทคโนโลยี Chatbot ในปี 2017 ยังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีข้อจำกัด แต่ก็นับเป็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และลดภาระงานตอบคำถามซ้ำ ๆ

8. SEO และการค้นหาบน Google จะยังคงสำคัญ

แม้โซเชียลมีเดียจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การค้นหาข้อมูลผ่าน Google ยังคงเป็นพฤติกรรมสำคัญของผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อต้องการเปรียบเทียบสินค้า ค้นหาบริการ หรือศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

การทำ Search Engine Optimization (SEO) จึงยังเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม โดยควรให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีคุณภาพ โครงสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะสม ความเร็วในการแสดงผล และการใช้งานบนมือถือ

นอกจากนี้ การค้นหาด้วยเสียงหรือ Voice Search ยังเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง เนื่องจากผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการตลาดดิจิทัลปี 2017?

เมื่อพิจารณาแนวโน้มทั้งหมด จะเห็นได้ว่าการตลาดดิจิทัลกำลังเปลี่ยนจาก การสื่อสารทางเดียวไปสู่การสร้างประสบการณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

สิ่งสำคัญไม่ใช่การนำทุกเทคโนโลยีมาใช้งานพร้อมกัน แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และงบประมาณที่มีอยู่

  • กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน
  • พัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานผ่านมือถือ
  • สร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
  • ทดลองใช้วิดีโอและโซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มการเข้าถึง
  • วัดผลแคมเปญและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ

สรุป: อนาคตการตลาดดิจิทัลในปี 2017

ปี 2017 มีแนวโน้มเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ของวงการ Digital Marketing โดยมีสมาร์ทโฟน วิดีโอคอนเทนต์ โซเชียลมีเดีย การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีอัตโนมัติ เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ธุรกิจที่ต้องการเติบโตในโลกออนไลน์ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันพฤติกรรมของผู้บริโภค และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า มากกว่าการมุ่งขายสินค้าเพียงอย่างเดียว

เพราะในโลกการตลาดดิจิทัล ผู้ที่เข้าใจลูกค้าและปรับตัวได้รวดเร็ว ย่อมมีโอกาสสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *