สิ้นสุดการรอคอย! รีวิว Logitech G PRO X Superlight 2 DEX การกลับมาของทรง Ergo (มือขวา) ที่โปรเพลเยอร์เรียกร้อง

ถ้าพูดถึงชื่อ Logitech G PRO X SUPERLIGHT เชื่อว่าคอเกม FPS และสาย Competitive แทบทุกคนน่าจะรู้จักกันดี เพราะนี่คือหนึ่งในตระกูลเมาส์เกมมิ่งที่ถูกเลือกใช้งานในวงการ Esports มาอย่างยาวนาน

เบา แม่น ไร้สาย และมี Shape แบบ Symmetrical ที่ค่อนข้างเป็นกลาง จนกลายเป็นสูตรสำเร็จของ Logitech G

แต่ก็มีคำถามหนึ่งตามมาตลอดว่า…

“แล้วคนที่ชอบเมาส์ทรง Ergo สำหรับมือขวาล่ะ?”

ในที่สุด Logitech ก็มีคำตอบให้กับคำถามนั้นเสียที กับ Logitech G PRO X SUPERLIGHT 2 DEX เมาส์ที่ยกเอาหัวใจของ SUPERLIGHT 2 มาใส่ไว้ในบอดี้ใหม่แบบ Asymmetrical Ergonomic สำหรับมือขวาโดยเฉพาะ

และนี่อาจเป็น SUPERLIGHT ที่หลายคนรอคอยมานานที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

DEX คือ SUPERLIGHT ที่เปลี่ยนไปตรงจุดสำคัญที่สุด

หากมองแค่สเปกภายใน SUPERLIGHT 2 DEX กับ SUPERLIGHT 2 อาจดูใกล้เคียงกันมาก ทั้งเซ็นเซอร์ HERO 2, LIGHTSPEED Wireless, LIGHTFORCE Switch และความสามารถในการทำ Polling Rate สูงสุดระดับ 8,000Hz

แต่สิ่งที่ทำให้ DEX แตกต่างอย่างชัดเจนคือ Shape

แทนที่จะใช้ทรงสมมาตรแบบ SUPERLIGHT ที่เราคุ้นเคย Logitech เลือกออกแบบ DEX ให้เป็นเมาส์ทรง Asymmetrical Ergonomic สำหรับมือขวา โดยยกตัวเมาส์ขึ้นเพื่อรองรับฝ่ามือ และปรับส่วนโค้งด้านข้างให้เข้ากับธรรมชาติของการวางมือมากขึ้น

Logitech ระบุด้วยว่าการออกแบบ DEX เกิดจากการทำงานร่วมกับนักกีฬา Esports หลายทีม มีการทดสอบและปรับแต่งดีไซน์เป็นเวลาหลายร้อยชั่วโมง เพื่อหาทรงที่ให้ทั้งความมั่นใจในการควบคุมและความคล่องตัวระหว่างการแข่งขัน

พูดง่าย ๆ คือ นี่ไม่ได้เป็นเพียง SUPERLIGHT ที่เอาบอดี้มาทำให้เอียงเท่านั้น

แต่มันคือการตีความคำว่า “PRO Mouse” ใหม่สำหรับคนที่ชอบทรง Ergo

จับเต็มขึ้น แต่ยังคงความเป็น SUPERLIGHT

เสน่ห์ของเมาส์ทรง Ergo คือความรู้สึกเวลาวางมือ

ตัวเมาส์จะช่วยรองรับฝ่ามือมากกว่าเมาส์ทรง Symmetrical ทำให้ผู้เล่นที่ชอบวางมือบนเมาส์ค่อนข้างเต็ม โดยเฉพาะสาย Palm Grip หรือ Claw Grip มีพื้นที่ให้ประคองเมาส์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

DEX มีขนาดประมาณ 125.8 x 67.7 x 43.9 มม. จัดว่าเป็นเมาส์ที่มีบอดี้ค่อนข้างเต็มมือ โดยเฉพาะบริเวณ Hump ที่สูงขึ้นมารองรับฝ่ามือ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Logitech ยังสามารถคุมน้ำหนักเอาไว้ที่ประมาณ 60 กรัม ได้

นี่คือจุดที่ DEX เริ่มน่าสนใจมาก

เพราะในอดีต หากพูดถึงเมาส์ Ergo ที่จับเต็มมือ หลายรุ่นมักมาพร้อมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของบอดี้ แต่ DEX พยายามให้ทั้งสองโลกมาอยู่ด้วยกัน

ได้ความมั่นคงจากทรง Ergo แต่ยังได้ความคล่องตัวแบบ Ultra-Lightweight

เวลาต้อง Flick Shot, Tracking หรือเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว น้ำหนักระดับนี้จึงยังตอบโจทย์เกมประเภท FPS ได้เต็มตัว

HERO 2 — เซ็นเซอร์ตัวท็อปที่แทบไม่เปิดช่องให้สงสัยเรื่องความแม่น

หัวใจด้าน Tracking ยังคงเป็น HERO 2 Sensor

ตามข้อมูลของ Logitech เซ็นเซอร์สามารถรองรับความละเอียดสูงสุด 44,000 DPI, ความเร็ว Tracking มากกว่า 888 IPS และความเร่งมากกว่า 88G

แน่นอนว่าในชีวิตจริงแทบไม่มีใครเล่น Counter-Strike 2 หรือ VALORANT ที่ 44,000 DPI กันอยู่แล้ว

ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นที่สุด

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ HERO 2 ถูกสร้างมาเพื่อให้ Tracking มีความแม่นยำและสม่ำเสมอในระดับที่รองรับการแข่งขันจริง และเมื่อจับคู่กับ LIGHTSPEED Wireless ทำให้ DEX กลายเป็นเมาส์ที่แทบไม่ต้องตั้งคำถามแล้วว่า

“ไร้สายจะช้ากว่าสายหรือเปล่า?”

เพราะสำหรับเมาส์เกมมิ่งระดับนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ Wireless vs Wired อีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่า Shape แบบไหนเหมาะกับมือของเรามากกว่า

8,000Hz Wireless — เร็วจน Monitor ของคุณอาจเป็นคอขวดเสียเอง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ DEX รองรับ Wireless Polling Rate สูงสุด 8,000Hz

หมายความว่าเมาส์สามารถรายงานตำแหน่งกลับไปยังคอมพิวเตอร์ได้สูงสุดถึง 8,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่งช่วยลดช่วงเวลาระหว่างการเคลื่อนไหวของมือกับข้อมูลที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบ

RTINGS ซึ่งทดสอบตัวเมาส์ระบุว่า DEX มี Click Latency และ Sensor Latency ในระดับต่ำมาก พร้อมประสิทธิภาพโดยรวมที่เหมาะกับการเล่นเกมระดับ Competitive

แต่ต้องบอกตามตรงว่า 8K ไม่ใช่เวทมนตร์ที่จะทำให้ยิงแม่นขึ้นทันที

ความแตกต่างจะยิ่งสังเกตเห็นได้ง่ายเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง เกมที่รันเฟรมเรตสูง และ Monitor Refresh Rate สูง

สำหรับผู้เล่นทั่วไป 1K หรือ 2K ก็เพียงพอมากแล้ว ขณะที่ 4K-8K คือพื้นที่สำหรับคนที่ต้องการรีด Latency ออกให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ Hardware จะทำได้

LIGHTFORCE Switch — คลิกไว แต่ฟีลลิ่งยังเป็นเรื่องของความชอบ

ปุ่มหลักเลือกใช้ LIGHTFORCE Switch ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Hybrid Optical-Mechanical ของ Logitech

แนวคิดคือการนำความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือของ Optical Switch มารวมกับ Feedback ในการกดที่พยายามรักษาคาแรกเตอร์ของ Mechanical Switch เอาไว้

ในเชิงการแข่งขัน ข้อดีของ Optical คือการลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับสัญญาณแบบสวิตช์ Mechanical แบบดั้งเดิม และรองรับการตอบสนองที่รวดเร็ว

ส่วนเรื่องเสียงและน้ำหนักคลิกนั้นยังเป็นเรื่องของรสนิยม

ใครที่เคยใช้ SUPERLIGHT 2 มาก่อนน่าจะคุ้นเคยกับบุคลิกของ LIGHTFORCE อยู่แล้ว เพราะ DEX ไม่ได้พยายามเปลี่ยนสูตรด้านสวิตช์ แต่เลือกเอาสิ่งที่มีอยู่มาจับคู่กับ Shape ใหม่แทน

แบตเตอรี่ 95 ชั่วโมง เติมครั้งเดียวเล่นกันยาว ๆ

เมาส์ Competitive Wireless จะเร็วอย่างเดียวไม่ได้ หากแบตหมดกลางเกมก็คงไม่มีใครอยากใช้

Logitech ระบุว่า PRO X SUPERLIGHT 2 DEX สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้สูงสุดประมาณ 95 ชั่วโมง และชาร์จผ่าน USB-C

ถ้าเล่นวันละ 4-5 ชั่วโมง ในทางทฤษฎีก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายวันโดยไม่ต้องหยิบสายชาร์จขึ้นมาเลย

แน่นอนว่าอายุการใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่า Polling Rate และรูปแบบการใช้งานด้วย โดยเฉพาะการเปิด 8K ที่ต้องส่งข้อมูลถี่กว่าเดิม

แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าเพียงพอสำหรับเมาส์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นแบบจริงจัง

DEX vs SUPERLIGHT 2 เลือกตัวไหน?

นี่น่าจะเป็นคำถามที่สำคัญที่สุด

และคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า ตัวไหนแรงกว่า

เพราะ Performance ภายในของทั้งคู่ใกล้เคียงกันมาก RTINGS ระบุว่าทั้ง SUPERLIGHT 2 และ SUPERLIGHT 2 DEX ใช้เซ็นเซอร์เดียวกันและให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันอย่างมาก ความแตกต่างหลักคือ DEX มีบอดี้ที่ใหญ่กว่าและเป็น Shape สำหรับมือขวาโดยเฉพาะ

ดังนั้นให้เลือกจาก “มือ” มากกว่าสเปก

SUPERLIGHT 2 เหมาะกับคนที่ชอบ Shape กลาง ๆ แบบ Symmetrical ต้องการความคล่องตัวสูง และอยากมีพื้นที่ในการขยับนิ้วหรือปรับ Grip ได้อิสระ

ส่วน SUPERLIGHT 2 DEX เหมาะกับคนที่ชอบความรู้สึกว่าตัวเมาส์เข้ามารองรับมือ ต้องการความมั่นคงมากขึ้น และเป็นผู้ใช้มือขวาที่หลงรักเมาส์สาย Ergonomic

มันไม่ใช่การอัปเกรดจาก SUPERLIGHT 2 แบบตรง ๆ

แต่มันคือ อีกเส้นทางหนึ่งของตระกูล SUPERLIGHT

สิ่งที่ชอบใน Logitech G PRO X SUPERLIGHT 2 DEX

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ 44,000 DPI หรือ 8,000Hz

แต่เป็นการที่ Logitech ยอมเปลี่ยนหนึ่งในสิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล PRO มานานอย่าง Shape

DEX ยังคงรักษาสูตรสำเร็จสำคัญเอาไว้ครบ ทั้งน้ำหนักประมาณ 60 กรัม, HERO 2, LIGHTSPEED, LIGHTFORCE และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน แต่เพิ่มเติมสิ่งที่แฟนเมาส์ Ergo ต้องการมาตลอด นั่นคือบอดี้ที่ออกแบบมารองรับมือขวาอย่างจริงจัง

และการเปลี่ยน Shape เพียงอย่างเดียว สามารถเปลี่ยนบุคลิกของเมาส์ทั้งตัวได้มากกว่าการเพิ่ม DPI อีกหลายหมื่นเสียอีก

จุดที่ควรรู้ก่อนซื้อ

DEX เป็นเมาส์ที่ทำมาเพื่อ มือขวาอย่างชัดเจน

ดังนั้นคนถนัดซ้ายตัดออกจากตัวเลือกได้ทันที

นอกจากนี้ คนที่ชื่นชอบเมาส์ตัวเล็ก ทรงเตี้ย หรือใช้ Fingertip Grip แบบสุดทาง อาจรู้สึกว่าบอดี้ของ DEX เต็มมือเกินความต้องการ เพราะเมื่อเทียบกับ SUPERLIGHT 2 แล้ว DEX มี Shape ที่ใหญ่และโอบมือมากกว่า

และแม้ 8K Polling จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ถ้าเครื่องไม่ได้แรงมากหรือเล่นเกมบนหน้าจอ Refresh Rate ทั่วไป ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดสูงสุดตลอดเวลา

สรุป — SUPERLIGHT สำหรับคนที่รอคำว่า “Ergonomic”

Logitech G PRO X SUPERLIGHT 2 DEX ไม่ได้เกิดมาเพื่อแทนที่ SUPERLIGHT 2

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของมัน

แทนที่จะพยายามเปลี่ยนเมาส์ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว Logitech เลือกแตกแขนงตระกูล PRO ออกมา เพื่อมอบตัวเลือกให้กับผู้เล่นอีกกลุ่มที่ต้องการ Performance ระดับเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้สึกเข้ามือกับ Shape แบบ Symmetrical

DEX จึงเป็นการนำสูตรสำเร็จของ SUPERLIGHT มาปรุงใหม่

น้ำหนักประมาณ 60 กรัม
HERO 2
LIGHTSPEED Wireless
สูงสุด 8,000Hz
LIGHTFORCE Switch
แบตเตอรี่สูงสุด 95 ชั่วโมง

ทั้งหมดถูกใส่ลงไปใน Shape แบบ Ergonomic Asymmetrical ที่เกิดมาเพื่อมือขวา

สำหรับคนที่ชอบ SUPERLIGHT อยู่แล้ว แต่เคยคิดมาตลอดว่า

“ถ้ามันมีทรง Ergo ก็คงดี…”

วันนี้ไม่ต้องพูดคำว่า ถ้า อีกต่อไปแล้ว

เพราะ PRO X SUPERLIGHT 2 DEX คือคำตอบของ Logitech G

และอาจเป็นเมาส์ PRO Series ที่ “เข้ามือ” ผู้เล่นสาย Ergo มากที่สุดเท่าที่ Logitech เคยทำมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *