มีอะไรใหม่ใน Windows 12? เจาะอนาคต Windows รุ่นใหม่ ฟีเจอร์ AI ดีไซน์ และสิ่งที่ Microsoft กำลังพัฒนา
หากพูดถึงระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ ชื่อของ Windows 12 เป็นหนึ่งในคำที่ถูกค้นหาและพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นหน้าตาใหม่ ระบบ AI ที่ฉลาดกว่าเดิม ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Windows 11
แต่ก่อนจะไปดูว่า Windows 12 มีอะไรใหม่ มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อน
ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 Microsoft ยังไม่ได้ประกาศ Windows 12 อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีวันเปิดตัว Windows 12 ที่ยืนยันจาก Microsoft
ในทางตรงกันข้าม Microsoft เพิ่งประกาศ Windows 11 version 26H2 เข้าสู่ Release Preview Channel เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 และระบุว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไปภายในปี 2026 นั่นหมายความว่าในปัจจุบัน Microsoft ยังคงเดินหน้าพัฒนา Windows 11 อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นบทความนี้จะพาไปดูว่า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่หลายคนคาดว่าจะเป็น “Windows 12” นั้น จริง ๆ แล้ว Microsoft กำลังนำอะไรมาใส่ใน Windows รุ่นปัจจุบันบ้าง และสิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นพื้นฐานของ Windows รุ่นถัดไปในอนาคต
Windows 12 เปิดตัวแล้วหรือยัง?
คำตอบสั้น ๆ คือ
ยัง
Microsoft ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Windows 12 รวมถึงยังไม่มี Release Date หรือไฟล์ดาวน์โหลด Windows 12 อย่างเป็นทางการ
Microsoft Q&A ในปี 2026 ก็ยังมีคำตอบระบุว่า Microsoft ไม่ได้ประกาศ Windows 12 และปัจจุบันยังคงโฟกัสการพัฒนา Windows 11 อยู่
ดังนั้นเว็บไซต์หรือคลิปที่อ้างว่า
- Windows 12 เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
- Windows 12 ISO หลุด
- Windows 12 Pro เปิดใช้งานได้แล้ว
- Windows 12 Activation Key
- Windows 12 ตัวเต็ม
ควรตรวจสอบให้ดี เพราะในเวลานี้ยังไม่มี Windows 12 เวอร์ชันทางการจาก Microsoft
แล้วสิ่งที่อาจเรียกว่า “Windows ยุคใหม่” มีอะไรน่าสนใจ?
ถึง Microsoft จะยังไม่เปิดตัว Windows 12 แต่ทิศทางของ Windows รุ่นใหม่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่อง AI, NPU, Copilot+ PC, Semantic Search และระบบอัตโนมัติภายใน Windows
1. AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ
นี่น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Windows ในยุคต่อไป
เมื่อก่อน AI เป็นเพียงโปรแกรมหรือเว็บไซต์ที่เราเปิดขึ้นมาใช้งาน แต่ Windows รุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนแนวคิดให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการโดยตรง
Microsoft ได้พัฒนาฟีเจอร์ AI จำนวนมากสำหรับ Windows 11 และ Copilot+ PC เช่น
Click to Do
ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อความหรือรูปภาพบนหน้าจอ และเสนอคำสั่งที่เกี่ยวข้องให้ทันที เช่น ค้นหา คัดลอก แก้ไข หรือดำเนินการบางอย่างกับสิ่งที่กำลังเห็น
Improved Windows Search
Windows Search กำลังเปลี่ยนจากการค้นหาแบบต้องจำชื่อไฟล์ มาเป็นการค้นหาที่เข้าใจความหมาย หรือ Semantic Search
ตัวอย่างเช่น เราอาจค้นหาว่า
“รูปเที่ยวทะเลปีที่แล้ว”
โดยไม่จำเป็นต้องจำว่าไฟล์ชื่ออะไร
Agent in Settings
AI สามารถช่วยค้นหาการตั้งค่า แนะนำวิธีแก้ปัญหา และช่วยดำเนินการบางอย่างภายใน Settings ได้
Microsoft ระบุฟีเจอร์เหล่านี้ไว้ในชุดความสามารถของ Windows 11 25H2 และ Copilot+ PC แล้ว
นี่จึงเป็นภาพที่ชัดเจนว่า Windows รุ่นต่อ ๆ ไปจะไม่ใช่เพียงระบบปฏิบัติการสำหรับ “เปิดโปรแกรม” แต่จะค่อย ๆ กลายเป็นระบบที่สามารถ เข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการทำ
2. File Explorer ฉลาดขึ้นด้วย AI
File Explorer เป็นโปรแกรมที่เราใช้งานกันมาหลายสิบปี แต่ Microsoft กำลังเพิ่ม AI เข้าไปในส่วนนี้เช่นกัน
ใน Windows รุ่นใหม่ ผู้ใช้สามารถคลิกขวาที่ไฟล์เพื่อเรียกใช้ AI Actions
ตัวอย่างเช่นไฟล์รูปภาพ สามารถมีคำสั่งอย่าง
- Blur Background
- Erase Objects
- Remove Background
ส่วนไฟล์เอกสารที่รองรับสามารถใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหาโดยไม่ต้องเปิดเอกสารขึ้นมาอ่านทั้งหมดก่อน
Microsoft ระบุว่า AI Actions ถูกเพิ่มเข้ามาใน File Explorer และมีการพัฒนาเพิ่มเติมต่อเนื่องใน Windows 11
หากแนวคิดนี้ถูกพัฒนาต่อไป ในอนาคตเราอาจเห็น File Explorer ที่สามารถสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น
“หารูปสินค้าทั้งหมดของเดือนนี้”
“หารายงาน PDF ที่เกี่ยวกับยอดขาย”
หรือ
“รวบรวมรูปทั้งหมดของโครงการนี้ไว้ในโฟลเดอร์เดียว”
ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีจัดการไฟล์บนคอมพิวเตอร์ไปอย่างมาก
3. Windows Search จะค้นหาเหมือนคุยกับคนมากขึ้น
หนึ่งในปัญหาที่ผู้ใช้ Windows เจอกันมานานคือ จำไม่ได้ว่าเก็บไฟล์ไว้ที่ไหน
Microsoft กำลังแก้ปัญหานี้ด้วย Semantic Indexing
แทนที่จะค้นหาเฉพาะชื่อไฟล์ Windows สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ของคำและเนื้อหาได้มากขึ้น
เช่น แทนที่จะต้องพิมพ์
IMG_4589.jpg
อาจค้นหาว่า
“รูปหมาที่วิ่งอยู่ในสวน”
แล้วระบบช่วยหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องให้
Microsoft ระบุว่า Improved Windows Search บน Copilot+ PC ใช้ Semantic Indexing ร่วมกับระบบ Index แบบเดิมเพื่อทำให้การค้นหามีประสิทธิภาพมากขึ้น
นี่อาจเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เปลี่ยนประสบการณ์การใช้ Windows มากที่สุดในอนาคต
4. Recall ช่วยย้อนกลับไปดูสิ่งที่เคยทำ
อีกหนึ่งฟีเจอร์ AI ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Recall
แนวคิดของ Recall คือช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่เคยปรากฏบนหน้าจอของตัวเองย้อนหลังได้ โดยใช้ภาษาธรรมชาติ
ตัวอย่างเช่น
“เว็บไซต์ขายจอคอมที่ดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว”
หรือ
“เอกสารที่มีตารางราคาที่เปิดเมื่อวาน”
Microsoft ระบุว่า Recall วิเคราะห์และค้นหาข้อมูล Snapshot ที่จัดเก็บในเครื่อง และมีระบบควบคุมเกี่ยวกับการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว
แน่นอนว่าฟีเจอร์ประเภทนี้ทำให้เรื่อง Privacy และ Security กลายเป็นหัวข้อสำคัญมากขึ้นด้วย
ใน Windows ยุค AI ผู้ใช้ไม่ได้สนใจแค่ว่า AI ฉลาดแค่ไหน แต่ยังต้องรู้ว่า
ข้อมูลถูกเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และสามารถปิดระบบได้หรือไม่
5. NPU จะสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
ในอดีตเวลาซื้อคอมพิวเตอร์ เรามักดู
CPU
RAM
GPU
SSD
แต่คอมพิวเตอร์ยุคใหม่เริ่มมีอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญคือ
NPU – Neural Processing Unit
NPU เป็นหน่วยประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อจัดการงาน AI โดยเฉพาะ
Microsoft กำหนดกลุ่ม Copilot+ PC ให้ใช้ NPU ที่สามารถประมวลผลงาน AI ได้มากกว่า 40 TOPS และใช้ความสามารถนี้สำหรับฟีเจอร์ AI หลายประเภท
ดังนั้นในอนาคตเวลาซื้อ Notebook หรือ PC เราอาจไม่ได้ถามเพียงว่า
“CPU รุ่นอะไร?”
แต่อาจถามเพิ่มว่า
“NPU แรงกี่ TOPS?”
เหมือนกับที่ทุกวันนี้เราถามว่า GPU รุ่นไหนหรือมี RAM เท่าไร
6. AI ทำงานบนเครื่องมากขึ้น
แนวคิดของ On-device AI จะมีความสำคัญมากขึ้น
แทนที่จะส่งทุกอย่างขึ้น Cloud งานบางประเภทสามารถประมวลผลผ่าน NPU ภายในเครื่องได้
ข้อดีคือ
- ตอบสนองเร็ว
- ลดการพึ่งพาอินเทอร์เน็ต
- ลดข้อมูลที่ต้องส่งออกจากเครื่อง
- ประหยัดพลังงานกว่าการใช้ CPU/GPU กับงาน AI บางประเภท
- สามารถสร้างประสบการณ์ AI ที่ฝังอยู่ใน Windows ได้โดยตรง
Windows ยังเพิ่มส่วนควบคุม Privacy สำหรับแอปที่ใช้ Generative AI บนตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและกำหนดสิทธิ์ได้ด้วย
7. Paint และ Photos ไม่ใช่โปรแกรมธรรมดาอีกต่อไป
Microsoft กำลังนำ AI เข้าไปในโปรแกรมพื้นฐานของ Windows
ตัวอย่างหนึ่งคือ Cocreator ใน Paint
ผู้ใช้สามารถใส่ Prompt และวาดภาพคร่าว ๆ จากนั้น AI ช่วยสร้างภาพตามแนวคิดนั้น
Microsoft Photos ก็มีความสามารถเกี่ยวกับการสร้างและปรับแต่งภาพด้วย AI เช่นกัน
แนวทางนี้ทำให้เห็นภาพว่า Windows รุ่นต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม AI แยกจำนวนมาก เพราะความสามารถ AI หลายอย่างจะค่อย ๆ ถูกฝังเข้าไปในโปรแกรมพื้นฐานของระบบ
8. เล่นเกมดีขึ้นด้วย AI
AI ไม่ได้ถูกนำมาใช้เฉพาะกับงานเอกสาร
Microsoft มีเทคโนโลยี Auto Super Resolution หรือ Auto SR ซึ่งใช้ AI ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพและประสิทธิภาพการเล่นเกมบนอุปกรณ์ที่รองรับ
Microsoft อธิบาย Auto SR ว่าเป็นโซลูชัน Super Resolution ที่ใช้ AI และถูกรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการ
แนวคิดคล้ายกับเทคโนโลยี Upscaling ที่พบใน GPU รุ่นใหม่ คือ Render ภาพในความละเอียดหนึ่งแล้วใช้ระบบประมวลผลช่วยเพิ่มรายละเอียด
ดังนั้น Gaming บน Windows ในอนาคตจึงน่าจะพึ่งพา AI มากขึ้นเรื่อย ๆ
9. ระบบกู้คืน Windows ฉลาดขึ้น
อีกเรื่องที่ Microsoft ให้ความสำคัญคือการกู้คืนระบบเมื่อ Windows มีปัญหาจนเปิดไม่ขึ้น
ฟีเจอร์ Quick Machine Recovery สามารถช่วยค้นหาวิธีแก้ไขผ่านระบบ Cloud เมื่อเครื่องเกิด Critical Error จนไม่สามารถ Boot Windows ได้ตามปกติ
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอาจหมายถึงโอกาสที่คอมพิวเตอร์สามารถช่วยแก้ปัญหาตัวเองได้มากขึ้น
ส่วนในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์หลักร้อยหรือหลักพันเครื่อง ฟีเจอร์ประเภทนี้สามารถช่วยลดภาระของฝ่าย IT ได้อย่างมาก
10. ความปลอดภัยจะผูกกับ Hardware มากขึ้น
Windows รุ่นใหม่กำลังพึ่งพา Hardware Security มากขึ้น เช่น
- TPM
- Secure Boot
- Windows Hello
- Passkey
- Biometrics
- Credential Protection
Microsoft ยังปรับปรุงหน้าตาของ Windows Hello และระบบจัดการ Credential/Passkey เพื่อให้เข้าสู่ระบบได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น
ในอนาคต Password แบบเดิมอาจมีบทบาทน้อยลง และการเข้าสู่ระบบด้วย
ใบหน้า
ลายนิ้วมือ
Passkey
อุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาต
จะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น
11. Wi-Fi 7 เริ่มกลายเป็นมาตรฐานใหม่
Windows 11 25H2 รองรับ Wi-Fi 7 Enterprise Access Point แล้วบน Hardware และ Driver ที่รองรับ
Wi-Fi 7 มีจุดเด่นด้าน
- ความเร็วสูงขึ้น
- Throughput สูงขึ้น
- Latency ต่ำลง
- ความเสถียรดีขึ้น
- รองรับเครือข่ายที่มีอุปกรณ์จำนวนมากได้ดีขึ้น
Microsoft ได้เพิ่มการรองรับ Wi-Fi 7 สำหรับระบบองค์กรไว้ใน Windows 11 25H2
ดังนั้นหาก Windows รุ่นถัดไปเกิดขึ้นจริง Wi-Fi 7 ก็น่าจะกลายเป็นเทคโนโลยีปกติมากกว่าจะเป็นฟีเจอร์พิเศษ
12. Taskbar และ File Explorer ยังถูกปรับปรุงต่อ
Windows 11 ยังมีการปรับ User Interface อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น Taskbar สามารถปรับขนาดปุ่มให้เล็กลงเมื่อมีแอปจำนวนมาก เพื่อให้แสดงแอปบน Taskbar ได้ครบมากขึ้น
File Explorer ก็ได้รับการปรับปรุงทั้ง
- การจัดการ Tab
- Context Menu
- การแตกไฟล์ Archive
- การ Restore หน้าต่างเดิมหลัง Sign in
- การเชื่อมต่อข้อมูลกับ Microsoft 365
- AI Actions
Microsoft จึงดูเหมือนกำลังใช้แนวทาง Continuous Innovation มากกว่าการเก็บฟีเจอร์ทั้งหมดไว้เปิดตัวพร้อม Windows รุ่นใหม่ครั้งเดียว
แล้ว Windows 11 26H2 ล่ะ?
นี่เป็นประเด็นที่สำคัญมากสำหรับข่าว Windows 12
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 Microsoft ประกาศ Windows 11 version 26H2 สำหรับ Release Preview Channel
Microsoft ระบุว่า 26H2 จะมาในรูปแบบ Enablement Package และ Windows 11 รุ่น 24H2, 25H2 และ 26H2 ใช้ Shared Servicing Branch เดียวกัน ทำให้ฟีเจอร์จำนวนมากถูกทยอยส่งให้ผู้ใช้ผ่าน Monthly Update อยู่แล้ว
พูดง่าย ๆ คือ Microsoft กำลังทำให้ Windows เปลี่ยนจากแนวคิด
“รอ Windows รุ่นใหม่แล้วค่อยได้ฟีเจอร์ใหม่”
ไปเป็น
“Windows ได้ฟีเจอร์ใหม่ตลอดเวลา”
มากขึ้น
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ควรรีบด่วนสรุปว่า Windows 12 ต้องเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้
Windows 12 จะหน้าตาเป็นอย่างไร?
ตอนนี้ยังไม่มีดีไซน์ Windows 12 ที่ Microsoft ยืนยันอย่างเป็นทางการ
ภาพ Windows 12 Concept ที่เห็นบน YouTube, Facebook, TikTok หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นงาน Concept ของนักออกแบบหรือภาพจำลอง
อย่างไรก็ตาม หากดูจากทิศทางของ Windows ในปัจจุบัน เราพอคาดการณ์ได้ว่า Windows รุ่นถัดไปอาจให้ความสำคัญกับ
AI First Interface
AI อาจเข้าถึงได้จากหลายส่วนของระบบ ไม่ใช่เพียงแอป Copilot
Natural Language Control
แทนที่จะต้องจำว่าเมนูอยู่ตรงไหน ผู้ใช้อาจบอก Windows โดยตรงว่าต้องการทำอะไร
Semantic Search
ค้นหาไฟล์ รูป เอกสาร หรือ Setting ด้วยความหมายของสิ่งที่กำลังหา
On-device AI
ประมวลผล AI ผ่าน NPU ภายในเครื่องมากขึ้น
Cloud + Local Integration
ข้อมูลภายในเครื่องและบริการ Cloud จะเชื่อมต่อกันมากขึ้น
แต่ทั้งหมดนี้ควรมองว่าเป็น แนวโน้มจากเทคโนโลยีที่ Microsoft กำลังพัฒนาอยู่ ไม่ใช่ข้อมูลสเปกของ Windows 12 ที่ได้รับการยืนยัน
Windows 12 ต้องใช้คอมแรงแค่ไหน?
ยังไม่มี System Requirements ของ Windows 12 อย่างเป็นทางการ
ดังนั้นข้อมูลที่ระบุว่า Windows 12 ต้องใช้
RAM 8GB
RAM 16GB
TPM 2.0
SSD
NPU 40 TOPS
หรือ CPU รุ่นใดรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะ ยังไม่สามารถถือเป็นข้อกำหนด Windows 12 ที่ Microsoft ยืนยันได้
อย่างไรก็ตาม หากต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เพื่อรองรับทิศทาง Windows ในอนาคต สิ่งที่น่าพิจารณาคือ
CPU รุ่นใหม่
RAM อย่างน้อย 16GB สำหรับการใช้งานระยะยาว
SSD NVMe
TPM 2.0
Secure Boot
และถ้าต้องการใช้ฟีเจอร์ AI เต็มรูปแบบ ควรพิจารณาเครื่องที่มี NPU ประสิทธิภาพสูง
โดยเฉพาะกลุ่ม Copilot+ PC ที่ Microsoft กำหนดให้มี NPU มากกว่า 40 TOPS สำหรับความสามารถ AI บางประเภท
Windows 11 ควรรอ Windows 12 หรืออัปเดตเลย?
หากใช้ Windows 11 อยู่ ไม่จำเป็นต้องรอ Windows 12
Microsoft ยังคงออก Security Update และ Feature Update ให้ Windows 11 อย่างต่อเนื่อง
โดย Windows 11 25H2 เป็นเวอร์ชันหลักที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ Windows 11 26H2 ได้เข้าสู่ Release Preview แล้วและมีกำหนดเปิดใช้งานทั่วไปภายในปี 2026
นอกจากนี้ Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro จะสิ้นสุดการรับอัปเดตในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 Microsoft จึงแนะนำให้เครื่องกลุ่มดังกล่าวอัปเดตไปยัง Windows 11 25H2 เพื่อรับ Security และ Quality Update ต่อไป
สรุป Windows 12 มีอะไรใหม่?
หากถามว่า Windows 12 มีอะไรใหม่ คำตอบที่ถูกต้องที่สุดในตอนนี้คือ
Microsoft ยังไม่ได้เปิดตัว Windows 12 อย่างเป็นทางการ
จึงยังไม่มี Feature List, System Requirements, ราคา หรือวันวางจำหน่าย Windows 12 ที่ยืนยันได้
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าชื่อ Windows 12 คือทิศทางที่ Windows กำลังเดินไป
Windows กำลังเปลี่ยนจากระบบปฏิบัติการแบบเดิมเข้าสู่ยุค AI PC
AI จะช่วยค้นหาไฟล์
AI จะช่วยตั้งค่าคอมพิวเตอร์
AI จะช่วยแก้ไขรูป
AI จะช่วยสรุปเอกสาร
AI จะช่วยค้นหาสิ่งที่เราเคยทำ
AI จะช่วยประมวลผลเกมและภาพ
และ AI จะถูกประมวลผลผ่าน NPU ภายในเครื่องมากขึ้น
ดังนั้นต่อให้ระบบรุ่นถัดไปจะใช้ชื่อ Windows 12, Windows 11 รุ่นใหม่ หรือชื่ออื่น สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือ
Windows ในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงระบบสำหรับเปิดโปรแกรม แต่จะกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการทำได้มากขึ้น
และนั่นอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ Windows นับตั้งแต่เราเริ่มใช้งานระบบปฏิบัติการแบบกราฟิกเสียอีก
FAQ คำถามเกี่ยวกับ Windows 12
Windows 12 เปิดตัวหรือยัง?
ยังไม่มีการเปิดตัว Windows 12 อย่างเป็นทางการจาก Microsoft ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026
Windows 12 เปิดตัววันไหน?
Microsoft ยังไม่ได้ประกาศวันวางจำหน่าย Windows 12
ดาวน์โหลด Windows 12 ได้ที่ไหน?
ปัจจุบันไม่มี Windows 12 ISO อย่างเป็นทางการ ดังนั้นควรระวังเว็บไซต์ที่อ้างว่ามี Windows 12 ให้ดาวน์โหลด
Windows รุ่นล่าสุดคืออะไร?
Windows 11 ยังคงเป็น Windows รุ่นหลักในปัจจุบัน โดย Windows 11 25H2 เปิดใช้งานแล้ว และ Windows 11 26H2 เข้าสู่ Release Preview เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ก่อนเปิดให้ใช้งานทั่วไปภายในปี 2026
Windows 12 จะมี AI หรือไม่?
Microsoft ยังไม่ได้ยืนยันฟีเจอร์ Windows 12 แต่ Windows 11 ในปัจจุบันมี AI จำนวนมากอยู่แล้ว ทั้ง Copilot+ PC, Click to Do, Improved Windows Search, Agent in Settings, Recall, AI Actions ใน File Explorer และ AI สำหรับงานภาพ
ควรรอ Windows 12 ก่อนซื้อคอมใหม่หรือไม่?
ไม่จำเป็น หากต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ในปัจจุบัน ควรเลือก Hardware ที่รองรับ Windows 11 และพิจารณา CPU/NPU รุ่นใหม่หากต้องการใช้งานฟีเจอร์ AI ในระยะยาว